ค่าโฆษณา Google เท่าไหร่? ตั้งงบเท่าไหร่ดี (2026)

ค่าโฆษณา Google ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะคิดต่อคลิกและขึ้นกับการแข่งขันของคีย์เวิร์ด โดยแบ่งเป็นสองส่วน คือค่าโฆษณาที่จ่าย Google และค่าบริการจัดการ บทความนี้อธิบายว่าค่าโฆษณาเท่าไหร่ ตั้งงบรายเดือนยังไง อะไรทำให้งบต่างกัน และงบน้อยเริ่มยังไงให้คุ้ม เพื่อให้คุณวางงบได้อย่างมั่นใจ

 

 

อยากลองยิงแอด Google ให้ธุรกิจ แต่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมงบเท่าไหร่ และกลัวว่าจ่ายไปแล้วจะไม่คุ้ม?

คำถามเรื่องงบคือสิ่งที่เจ้าของธุรกิจกังวลมากที่สุดก่อนเริ่มโฆษณา แต่คำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ขึ้นกับหลายปัจจัย” เพราะ Google Ads ไม่ได้มีราคาป้ายเดียว ธุรกิจที่แข่งในคีย์เวิร์ดต่างกันก็ใช้งบต่างกันมาก

ที่ Yangdee Group เราเชื่อว่างบควรมาจากเป้าหมายและการแข่งขันจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งลอย ๆ บทความนี้จะอธิบายว่าค่าโฆษณา Google เท่าไหร่ ตั้งงบยังไง และงบน้อยจะเริ่มยังไงให้คุ้ม ถ้ายังไม่แน่ใจภาพรวมของ Google Ads อ่านก่อนได้ที่ Google Ads คืออะไร

 

 

ค่าโฆษณา Google เท่าไหร่?

ค่าโฆษณา Google ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะคิดตามจำนวนคลิกและการแข่งขันของคีย์เวิร์ด คุณกำหนดงบรายวันเองได้และจ่ายเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น จึงควบคุมเพดานค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันแรก

พูดให้เห็นภาพ ข้อมูลตลาดต่างประเทศระบุว่าธุรกิจขนาดเล็กมักเริ่มด้วยงบราว 1,000 ถึง 2,500 ดอลลาร์ต่อเดือน แต่นี่เป็นเพียงกรอบอ้างอิงจากต่างประเทศ งบจริงในแต่ละประเทศและแต่ละธุรกิจต่างกันมาก

ค่าใช้จ่ายหลักมาจากค่าคลิกหรือ CPC ซึ่งต่างกันตามคีย์เวิร์ด คีย์เวิร์ดที่แข่งสูงอย่างกฎหมายหรือประกันมีค่าคลิกแพงกว่าคีย์เวิร์ดทั่วไปหลายเท่า อยากเข้าใจกลไกค่าคลิกลึกขึ้น อ่านได้ที่ CPC และระบบประมูล Google Ads

 

 

ค่าโฆษณา Google แบ่งเป็นกี่ส่วน?

ค่าใช้จ่ายในการทำ Google Ads แบ่งเป็นสองส่วนที่ต่างกันชัดเจน คือค่าโฆษณาที่จ่ายให้ Google โดยตรง และค่าบริการจัดการแคมเปญ หลายคนสับสนสองส่วนนี้จนประเมินงบผิด

ส่วนแรกคือค่าโฆษณา หรือ Ad Spend เป็นเงินที่จ่ายให้ Google ตามการคลิกจริง ส่วนนี้คุณกำหนดเองได้และเป็นงบที่ไปซื้อการมองเห็นและคลิกโดยตรง

ส่วนที่สองคือค่าบริการจัดการ เป็นค่าความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ ตั้งค่า และดูแลแคมเปญให้คุ้มค่า ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าโฆษณา สำหรับค่าบริการจัดการของ Yangdee เราแนะนำให้ติดต่อเพื่อประเมินจากขอบเขตงานจริง เพราะขึ้นกับความซับซ้อนและเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ

 

 

ตั้งงบรายเดือนเท่าไหร่ดี

การตั้งงบที่ดีไม่ได้เริ่มจากตัวเลขลอย ๆ แต่คำนวณย้อนจากเป้าหมาย เริ่มจากดูว่า CPC ของคีย์เวิร์ดคุณราวเท่าไหร่ แล้วคูณกับจำนวนคลิกที่ต้องการต่อเดือน ก็จะได้งบคร่าว ๆ จากนั้นดูว่าจากคลิกเท่านั้นน่าจะได้ Conversion กี่ครั้งตาม Conversion Rate

สิ่งที่ต้องรู้คือแคมเปญต้องมีข้อมูลพอให้ระบบเรียนรู้ ข้อมูลระบุว่าควรมีอย่างน้อยราว 200 ถึง 300 คลิกต่อเดือน ถ้างบน้อยเกินจนคลิกไม่ถึงระดับนี้ ระบบก็ปรับให้ไม่ได้ดีนัก

คำแนะนำที่ปลอดภัยคือเริ่มด้วยงบที่พอเก็บข้อมูล แล้วค่อยเพิ่มไปที่จุดที่ได้ผล การดูว่างบคุ้มหรือไม่ให้ดูที่ ROAS ไม่ใช่แค่ยอดคลิก อ่านวิธีวัดได้ที่ วัด Conversion และ ROAS

 

 

อะไรทำให้งบต่างกัน?

งบโฆษณา Google ต่างกันมากในแต่ละธุรกิจ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัย หลัก ๆ คือการแข่งขันของคีย์เวิร์ด อุตสาหกรรม พื้นที่เป้าหมาย ประเภทแคมเปญ และเป้าหมายของธุรกิจ ยิ่งแข่งสูงและตลาดใหญ่ ค่าคลิกและงบก็ยิ่งสูง

ตัวอย่างที่ชัดคืออุตสาหกรรม คีย์เวิร์ดในกลุ่มการเงิน กฎหมาย หรือประกัน มักมีค่าคลิกแพงกว่ากลุ่มสินค้าทั่วไปมาก เพราะมูลค่าลูกค้าสูงและคนแย่งกันประมูล

นอกจากนี้พื้นที่และประเภทแคมเปญก็มีผล การยิงทั่วประเทศย่อมใช้งบมากกว่ายิงเฉพาะจังหวัด และแคมเปญที่เน้นการรับรู้ก็ใช้งบคนละแบบกับแคมเปญที่เน้นปิดการขาย การเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายจึงช่วยให้งบไม่บานปลาย

 

 

งบน้อยเริ่มยังไงให้คุ้ม

ถ้างบจำกัด ข่าวดีคือคุณยังเริ่มได้อย่างคุ้มค่าถ้าโฟกัสถูกจุด แนะนำให้เริ่มด้วยแคมเปญ Search ที่จับคนตั้งใจซื้อ ใช้คีย์เวิร์ดแบบเจาะจงที่แข่งขันไม่สูงมาก และวัด ROAS อย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าคีย์เวิร์ดไหนเวิร์ก แล้วค่อยขยายงบไปที่จุดนั้น

การกระจายงบบาง ๆ ไปหลายแคมเปญพร้อมกันเป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงเมื่องบน้อย เพราะแต่ละแคมเปญจะมีข้อมูลไม่พอให้ระบบเรียนรู้ การโฟกัสจุดเดียวก่อนแล้วขยายจะคุ้มกว่ามาก

ส่วนเรื่องค่าบริการจัดการ เอเจนซีต่างประเทศมักคิดหลายรูปแบบ เช่น ค่าคงที่รายเดือน เปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา หรือคิดตามผลงาน แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน สำหรับธุรกิจที่อยากรู้ว่ารูปแบบไหนเหมาะและคุ้มกับงบของตัวเอง เราแนะนำให้ปรึกษาเพื่อประเมินจากโจทย์จริง มากกว่าดูตัวเลขเฉลี่ยที่อาจไม่ตรงกับธุรกิจคุณ

 

 

สรุป

ค่าโฆษณา Google ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นกับการแข่งขันและเป้าหมาย สามสิ่งที่ควรจำคือ ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นค่าโฆษณาที่จ่าย Google กับค่าบริการจัดการ, ตั้งงบโดยคำนวณย้อนจากเป้าหมายและให้มีข้อมูลพอให้ระบบเรียนรู้ และงบน้อยก็เริ่มได้ถ้าโฟกัสที่ Search และวัด ROAS

งบที่ดีคืองบที่วางจากโจทย์ธุรกิจจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งตามคนอื่น ถ้าคุณอยากรู้ว่าธุรกิจของคุณควรตั้งงบ Google Ads เท่าไหร่ให้เหมาะกับเป้าหมาย ทีมของเราพร้อมช่วยประเมินแบบ Data-Driven ดูรายละเอียดและขอคำปรึกษาได้ที่ บริการโฆษณา Google ของ Yangdee แล้วเริ่มต้นวางงบที่คุ้มค่าไปด้วยกัน

 

 

คำถามที่พบบ่อย

ทำ Google Ads ขั้นต่ำต้องมีงบเท่าไหร่?

ไม่มีงบขั้นต่ำตายตัว เพราะคุณกำหนดงบรายวันเองได้ แต่ในทางปฏิบัติ แคมเปญต้องมีคลิกและ Conversion พอให้ระบบเรียนรู้ ถ้างบน้อยจนคลิกไม่ถึงระดับหนึ่ง ระบบก็ปรับให้ไม่ได้ดี ควรตั้งงบให้พอเก็บข้อมูลแล้วประเมินจากการแข่งขันของคีย์เวิร์ดในธุรกิจคุณ

ค่าโฆษณากับค่าบริการจัดการต่างกันยังไง?

ค่าโฆษณาคือเงินที่จ่ายให้ Google ตามการคลิกจริง เป็นงบที่ไปซื้อการมองเห็นและคลิกโดยตรง ส่วนค่าบริการจัดการคือค่าความเชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์และดูแลแคมเปญ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน การแยกสองส่วนนี้ช่วยให้ประเมินงบรวมได้ถูกต้อง

งบน้อยทำ Google Ads คุ้มไหม?

คุ้มได้ถ้าโฟกัสถูกจุด เริ่มด้วยแคมเปญ Search ใช้คีย์เวิร์ดเจาะจงที่แข่งไม่สูงมาก และวัด ROAS ใกล้ชิด แล้วขยายงบไปที่คีย์เวิร์ดที่เวิร์ก สิ่งที่ควรเลี่ยงคือกระจายงบบาง ๆ ไปหลายแคมเปญ เพราะจะมีข้อมูลไม่พอให้ระบบเรียนรู้และปรับ

เอเจนซีคิดค่าบริการจัดการยังไง?

โดยทั่วไปมีหลายรูปแบบ เช่น ค่าคงที่รายเดือน เปอร์เซ็นต์ของงบโฆษณา หรือคิดตามผลงาน แต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน เช่น ค่าคงที่คาดการณ์ง่าย ส่วนเปอร์เซ็นต์ยืดหยุ่นตามงบ สำหรับค่าบริการของ Yangdee แนะนำให้ติดต่อเพื่อประเมินจากขอบเขตงานจริง เพราะขึ้นกับความซับซ้อนและเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ

ค่าโฆษณา Google กับ Facebook อันไหนถูกกว่า?

เทียบตรง ๆ ยาก เพราะคิดคนละแบบและจับคนคนละจังหวะ Google Ads จับคนที่กำลังค้นหาสินค้าอยู่แล้ว ส่วน Facebook จับคนตามความสนใจ ค่าคลิกอาจต่างกันแต่คุณภาพของคลิกก็ต่างด้วย สิ่งที่ควรดูคือช่องทางไหนให้ ROAS ดีกว่าสำหรับธุรกิจคุณ ไม่ใช่แค่ค่าคลิกถูกกว่า

Share the Post:

Related Posts

พูดคุยปรึกษาธุรกิจ

คุณสามารถนัดหมายพูดคุยขอคำปรึกษาในการทำ SEO และ SEM โดยพูดคุยกับผม
โดยตรง ไม่ต้องผ่านทีมเซลล์ และ ไม่เสียค่า ใช้จ่ายใดๆ เพราะผมรักในการพูดคุยและได้ รู้จักเพื่อนใหม่ๆ