บริการรับทำ SEO SEM Social App Website UXUI by YangDee

รับทํา-seo-ราคาถูก

รับทำ SEO ราคาถูก ดีจริงไหม? วิเคราะห์ราคา SEO พร้อมวิธีเลือกให้คุ้มที่สุด

คนส่วนใหญ่เริ่มค้นหาด้วยคำว่า “รับทำ seo ราคาถูก” เพราะต้องการลดต้นทุน แต่ในความเป็นจริง ราคา SEO ไม่ได้สะท้อนแค่ค่าบริการ — มันสะท้อนโครงสร้างงานทั้งหมดที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับ ตั้งแต่การวิเคราะห์ผู้ค้นหา การสร้างเนื้อหา การปรับเว็บไซต์ ไปจนถึงการสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งล้วนต้องใช้เวลาและทรัพยากรต่างกัน

Google ระบุว่าระบบจัดอันดับไม่ได้ให้รางวัลกับการปรับแต่งเล็กน้อย แต่ให้ความสำคัญกับความเกี่ยวข้อง คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของเนื้อหา หมายความว่าเว็บไซต์จะไม่ติดอันดับเพียงเพราะใส่คีย์เวิร์ดครบ แต่ต้องตอบคำถามผู้ใช้ได้จริงและสร้างประสบการณ์ที่ดี

ดังนั้นความต่างของราคา จึงเกิดจาก “ระดับการสร้างคุณค่า” ไม่ใช่แค่จำนวนคีย์เวิร์ดที่ทำ ยิ่งต้องสร้างความเข้าใจเชิงลึกและความน่าเชื่อถือมาก ต้นทุนก็ยิ่งสูง และมักให้ผลลัพธ์ยั่งยืนกว่าการปรับแต่งพื้นฐานเพียงอย่างเดียว

 

 

รับทำ SEO ราคาถูก ดีจริงไหม

 

 

SEO ราคาเท่าไหร่? ทำไมแต่ละเจ้าคิดไม่เหมือนกัน

โครงสร้างต้นทุนของงาน SEO จริง ๆ มีอะไรบ้าง

งาน SEO ไม่ใช่งานเดียว แต่เป็น “กระบวนการต่อเนื่อง” ที่ประกอบด้วยหลายบทบาท ทั้งนักวิเคราะห์ นักเขียน นักเทคนิค และการติดตามข้อมูล ซึ่งแต่ละส่วนใช้เวลาและทักษะต่างกัน จึงทำให้ราคาต่างกันมาก

  • วิเคราะห์คีย์เวิร์ดและผู้ค้นหา — ไม่ใช่แค่ดูปริมาณค้นหา แต่ต้องตีความเจตนา (intent) เช่น ต้องการซื้อ หาคำตอบ หรือกำลังเปรียบเทียบ รวมถึงวิเคราะห์ SERP เพื่อเข้าใจว่าระบบต้องการรูปแบบเนื้อหาแบบใด เช่น คู่มือยาว ตารางเปรียบเทียบ หรือรีวิว
  • วางโครงสร้างเว็บไซต์ — จัดหมวดหมู่เนื้อหาให้เกิดความเชื่อมโยง (topic cluster) และ internal linking เพื่อให้ระบบเข้าใจว่าเว็บไซต์เชี่ยวชาญเรื่องนั้นจริง ไม่ใช่แค่มีบทความกระจัดกระจาย
  • สร้างเนื้อหา — เขียนคำตอบที่ครอบคลุมกว่า พร้อมตัวอย่าง สถานการณ์ใช้งาน และคำอธิบายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสัญญาณความพึงพอใจของผู้ใช้ เช่น เวลาอ่านและการเลื่อนหน้า
  • ปรับเทคนิคเว็บไซต์ — ความเร็ว การแสดงผลมือถือ โครงสร้าง HTML และความอ่านง่าย ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ page experience (https://developers.google.com/search/docs/appearance/page-experience)
  • สร้างความน่าเชื่อถือ — ความสม่ำเสมอของเนื้อหา การอ้างอิง และความเกี่ยวข้องของลิงก์ช่วยให้ระบบมองว่าเว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลจริง ไม่ใช่หน้าเฉพาะกิจ
  • วิเคราะห์ผลลัพธ์ — ตรวจพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น อ่านต่อ กลับค้นซ้ำ หรือกดผลอื่น แล้วนำมาปรับเนื้อหาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่ม relevance

งานวิจัยพบว่าหน้าอันดับสูงต้องมีทั้งเนื้อหาและความน่าเชื่อถือประกอบกัน ไม่ใช่ปัจจัยเดียว (https://backlinko.com/search-engine-ranking)

ทำไมบางเจ้าหลักพัน บางเจ้าหลักหมื่น

ราคาถูกมากมักเป็นงานลักษณะสั้นระยะ เช่น

  • เพิ่มหน้าให้จำนวนมากโดยไม่วิเคราะห์ intent
  • ใส่คีย์เวิร์ดตามตำแหน่งที่กำหนด
  • ส่งลิงก์จำนวนมากในเวลาสั้น

วิธีเหล่านี้ใช้เวลาน้อยจึงต้นทุนต่ำ แต่ไม่ได้สร้างความเข้าใจให้ระบบระยะยาว และมักต้องทำซ้ำเมื่ออันดับตก เพราะระบบยังไม่มั่นใจในคุณภาพเนื้อหา

ในทางตรงข้าม งานราคาสูงมักต้องวิเคราะห์โครงสร้างทั้งเว็บไซต์ ปรับหลายหน้า และอัปเดตต่อเนื่อง เพราะ Google ประเมินทั้งโดเมน ไม่ใช่หน้าเดียว (https://developers.google.com/search/docs/appearance/site-names)

SEO ถูก vs SEO แพง ต่างกันที่อะไร

ปัจจัยราคาถูกมากราคามาตรฐาน
โฟกัสหน้าเดียวทั้งเว็บไซต์
ระยะผลลัพธ์เร็วช่วงแรกค่อยเป็นค่อยไป
ความเสถียรต่ำสูง
ความเสี่ยงสูงต่ำ
เป้าหมายเพิ่มอันดับสร้างระบบ
อายุผลลัพธ์สั้นยาว
การปรับปรุงน้อยต่อเนื่อง
การวิเคราะห์แทบไม่มีมีตลอดเวลา

สรุปคือราคาถูกไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอ แต่หมายถึงขอบเขตงานเล็กกว่า ขณะที่ราคาสูงมักรวมการวิเคราะห์และปรับปรุงต่อเนื่องซึ่งให้ผลยั่งยืนกว่า

 

 

ราคา SEO มาตรฐานในตลาด

เว็บเล็ก / Local

เหมาะกับธุรกิจพื้นที่เดียวหรือคำค้นเฉพาะกลุ่ม เช่น ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการใกล้ฉัน โดยเป้าหมายหลักคือทำให้ระบบเข้าใจว่าเว็บเกี่ยวข้องกับ “พื้นที่จริง” มากพอ งานจึงมักเริ่มจากปรับหน้าโฮมและหน้าบริการหลัก วางข้อมูลธุรกิจให้ครบ (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ เวลา รีวิว แผนที่) และเขียนเนื้อหาที่ตอบคำถามผู้ใช้ในพื้นที่นั้นโดยตรง เช่น ราคา ขั้นตอน หรือสิ่งที่ลูกค้าต้องรู้ก่อนใช้บริการ เมื่อข้อมูลสอดคล้องกันทั้งหน้าและทั้งเว็บไซต์ ระบบจะมั่นใจว่าเว็บเหมาะกับผู้ค้นหาในพื้นที่นั้น ทำให้อันดับค่อนข้างเสถียรแม้ไม่ได้เพิ่มหน้าจำนวนมาก

ธุรกิจทั่วไป

ต้องสร้างหลายหน้าและเชื่อมโยงหัวข้อเข้าหากัน เช่น บทความความรู้ คำถามที่พบบ่อย และหน้าบริการ เพราะระบบไม่ได้ประเมินจากหน้าเดียว แต่ดูว่าทั้งเว็บไซต์เข้าใจเรื่องนั้นจริงหรือไม่ การทำลักษณะนี้จะเกิดโครงสร้างหัวข้อ (topic coverage) ทำให้หน้าใหม่ติดอันดับง่ายขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีข้อมูลสะสมมากพอ ระบบจะเริ่มแสดงผลหลายคำค้นพร้อมกัน ไม่ใช่แค่คำหลักคำเดียว และทราฟฟิกจะเพิ่มแบบเป็นกลุ่มแทนที่จะเพิ่มทีละหน้า

แข่งขันสูง

จำเป็นต้องทำระยะยาว เพราะคู่แข่งจำนวนมากมีเนื้อหาอยู่แล้ว ระบบจึงต้องใช้ข้อมูลมากขึ้นเพื่อแยกว่าใครตอบคำถามดีกว่า งานจะเน้นขยายเนื้อหาเชิงลึก อัปเดตข้อมูลเดิม และสร้างความน่าเชื่อถือสะสมต่อเนื่อง เช่น เพิ่มรายละเอียด เปรียบเทียบ และครอบคลุมประเด็นย่อยทั้งหมด Google ให้ความสำคัญกับประวัติโดเมน ความสม่ำเสมอ และความครบของคำตอบ จึงใช้เวลานานกว่า และต้องรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ถูกแซง

 

 

รับทำ SEO ราคาถูก มีความเสี่ยงอะไรบ้าง

Google มีนโยบายป้องกันสแปมและพฤติกรรมหลอกระบบ ซึ่งไม่ได้ตัดสินจากการกระทำครั้งเดียว แต่สะสมสัญญาณต่อเนื่อง เช่น รูปแบบลิงก์ผิดธรรมชาติ การสร้างหน้าเร็วเกินไป หรือพฤติกรรมผู้ใช้ไม่สอดคล้องกับคุณภาพเนื้อหา ยิ่งเกิดซ้ำหลายครั้ง ระบบจะค่อย ๆ ลดความเชื่อถือของทั้งหน้าและทั้งเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่ลดอันดับชั่วคราว

อันดับขึ้นเร็วผิดปกติ = สัญญาณอันตราย

หากอันดับเพิ่มเร็วเกินธรรมชาติ ระบบจะนำหน้าเว็บไปทดลองแสดงกับผู้ใช้หลายกลุ่ม (ช่วงทดสอบอัลกอริทึม) เพื่อดูว่าผู้ใช้พึงพอใจจริงหรือไม่ เช่น อ่านต่อ เลื่อนดู หรือค้นซ้ำคำเดิม หากผู้ใช้คลิกแล้วกลับทันทีหรือเปลี่ยนไปกดผลอื่น ระบบจะตีความว่าเนื้อหาไม่ตอบคำถาม แม้จะเคยขึ้นสูงก็จะถูกลดการแสดงผลในรอบถัดไป

ทำไมบางเว็บติดแล้วหาย

อันดับไม่ได้คงที่ แต่ถูกปรับตลอดตามข้อมูลผู้ใช้ใหม่ หากเว็บขึ้นเพราะสัญญาณภายนอกระยะสั้น เช่น การเพิ่มจำนวนลิงก์เร็ว ระบบจะยังไม่มั่นใจและจะรอข้อมูลพฤติกรรมจริง เมื่อผู้ใช้ไม่อยู่ต่อหรือคู่แข่งให้คำตอบครบกว่า ระบบจะปรับอันดับลงเพื่อให้ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการผู้ค้นหามากกว่า

ผลเสียระยะยาวต่อเว็บไซต์

เมื่อความเชื่อถือถูกลดลง เว็บไซต์จะเข้าสู่สถานะที่ต้องพิสูจน์ใหม่ทุกหน้า ทำให้อันดับขึ้นช้ากว่าปกติ แม้ปรับถูกต้องแล้วก็ต้องรอรอบประเมินหลายครั้ง บางกรณีต้องสร้างเนื้อหาใหม่จำนวนมากเพื่อชดเชยสัญญาณเดิม ส่งผลให้ต้นทุนเวลาและค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่แรก

 

 

วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้คุ้มที่สุด

5 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้าง

  1. ทำงานอะไรบ้างต่อเดือน — ควรแยกเป็นขั้นตอน เช่น วิเคราะห์ SERP, จัดกลุ่มคำค้น, เขียน/ปรับเนื้อหา, ปรับโครงสร้างหน้า, internal link และอัปเดตบทความเก่า เพราะแต่ละอย่างส่งผลต่ออันดับต่างกัน หากตอบเพียงว่า “ทำให้ติดอันดับ” แปลว่าไม่ได้กำหนดกระบวนการชัดเจนและยากต่อการวัดผล
  2. วัดผลอย่างไร — ต้องดูทั้งอันดับ, ทราฟฟิก และพฤติกรรมผู้ใช้ เช่น เวลาอ่านต่อ อัตราการกลับมาค้นซ้ำ เพราะอันดับอาจขึ้นชั่วคราวจากการทดสอบของระบบ แต่พฤติกรรมผู้ใช้คือสิ่งที่ทำให้อันดับอยู่ยาว
  3. ใช้เวลาเท่าไหร่ — ควรอธิบายเป็นเฟส เช่น เฟสเรียนรู้ (ระบบทดลองแสดงผล), เฟสเติบโต (เริ่มติดหลายคำ), เฟสเสถียร (อันดับนิ่ง) หากมีการรับประกันวันแน่นอน มักไม่สอดคล้องธรรมชาติของระบบค้นหา
  4. แก้โครงสร้างเว็บหรือไม่ — SEO ระยะยาวต้องมีการปรับ heading, internal link และโครงสร้างข้อมูล ไม่ใช่แค่เพิ่มหน้าใหม่ เพราะระบบประเมินความเข้าใจหัวข้อทั้งเว็บไซต์
  5. อธิบายเหตุผลเชิงข้อมูลได้หรือไม่ — ผู้ทำควรบอกได้ว่าทำไมต้องแก้ตรงนี้ เช่น intent ไม่ตรง, โครงสร้างซ้ำ, หรือความครอบคลุมหัวข้อไม่พอ หากอธิบายไม่ได้มักเป็นการใช้สูตรสำเร็จ

ดูผลงานยังไงไม่ให้โดนหลอก

ให้ดูกราฟหลายเดือนและหลายคำค้นพร้อมกัน เพราะเว็บไซต์มักขึ้นเป็นกลุ่ม ไม่ใช่คำเดียว และควรถามว่ามีช่วงอันดับตกหรือไม่ เพราะกราฟที่ขึ้นอย่างเดียวมักเป็นภาพคัดเฉพาะช่วง ระบบจริงจะมีช่วงทดสอบและปรับขึ้น‑ลงก่อนนิ่ง

สัญญาณว่าเป็น SEO จริง vs แค่ขายลิงก์

SEO จริงจะเริ่มจากการเข้าใจผู้ค้นหา สร้างโครงสร้างหัวข้อ และปรับเนื้อหาซ้ำตามข้อมูลผู้ใช้ ส่วนงานที่เน้นจำนวนลิงก์หรือการันตีอันดับเร็ว มักพึ่งสัญญาณภายนอกมากเกินไป ทำให้ขึ้นเร็วแต่ไม่เสถียรเมื่อระบบประเมินใหม่

จ้างทำ SEO vs ทำเอง

การทำเองเหมาะกับเว็บเล็กหรือคำค้นเฉพาะที่การแข่งขันไม่สูง เพราะสามารถทดลอง ปรับ และเรียนรู้จากข้อมูลจริงได้ แต่ต้องเข้าใจว่าการทำ SEO ไม่ใช่แค่เขียนบทความหรือใส่คีย์เวิร์ดเท่านั้น ผู้ทำต้องอ่านข้อมูลจากผู้ใช้จริง เช่น คนคลิกแล้วอ่านกี่วินาที กลับมาค้นซ้ำหรือไม่ หรือเปลี่ยนไปกดผลลัพธ์อื่น ซึ่งต้องใช้เวลาสะสมข้อมูลหลายรอบ ช่วงแรกจึงมักไม่เสถียร และต้องปรับเนื้อหาเรื่อย ๆ ตามพฤติกรรมผู้ใช้

ข้อดีของการทำเองคือเข้าใจธุรกิจลึกที่สุด จึงตอบคำถามลูกค้าได้ตรง แต่ข้อเสียคือใช้เวลาเรียนรู้ยาวมาก เพราะต้องลองผิดลองถูก เช่น ปรับโครงสร้างแล้วรอระบบประเมินใหม่ หรือเปลี่ยนเนื้อหาแล้วต้องรอข้อมูลผู้ใช้ใหม่อีกครั้ง หากตัดสินใจเร็วเกินไปมักตีความผลลัพธ์ผิด เช่น อันดับขึ้นเพราะระบบกำลังทดสอบ ไม่ใช่เพราะวิธีที่ใช้ถูกต้อง

การจ้างเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการลดระยะทดลอง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเคยเห็นรูปแบบการขึ้น‑ลงของอันดับหลายครั้ง จึงคาดการณ์ได้ว่าช่วงไหนคือการทดสอบของระบบ และช่วงไหนคือสัญญาณจริง ทำให้ตัดสินใจได้เร็วกว่า อย่างไรก็ตามยังต้องใช้เวลาเหมือนกัน เพียงแต่ลดความเสี่ยงในการแก้ผิดจุด และลดการย้อนแก้โครงสร้างหลายรอบ

กล่าวง่าย ๆ คือ ทำเอง = ประหยัดเงินแต่ใช้เวลาเรียนรู้ระบบ ส่วนจ้าง = ประหยัดเวลาแต่ยังต้องรอระบบเรียนรู้เหมือนเดิม ต่างกันที่ความเร็วในการปรับตัวและโอกาสพลาด

 

 

ควรใช้งบ SEO เดือนละเท่าไหร่ถึงเห็นผล

การศึกษาแสดงว่าหน้าใหม่จำนวนมากใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะติดอันดับ

ในทางปฏิบัติ งบ SEO ไม่ควรมองเป็นค่าใช้จ่ายต่อครั้ง แต่เป็นงบสำหรับให้ระบบเรียนรู้เว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่เพิ่มหรือปรับเนื้อหา ระบบต้องนำไปทดสอบกับผู้ใช้ก่อน หากหยุดกลางทาง ระบบจะยังไม่มีข้อมูลพอที่จะมั่นใจในคุณภาพเว็บ ทำให้ต้องเริ่มเก็บข้อมูลใหม่บางส่วนอีกครั้ง

ดังนั้นงบที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ตัวเลขตายตัว แต่คือระยะเวลาที่ต่อเนื่องพอให้ผ่าน 3 ช่วงหลัก

  1. ช่วงเก็บข้อมูล — ระบบเริ่มทดลองแสดงผลและวัดพฤติกรรม
  2. ช่วงเริ่มติด — บางคำค้นเริ่มเสถียรและทราฟฟิกเริ่มเพิ่ม
  3. ช่วงเสถียร — ระบบมั่นใจและขยายการแสดงผล

หากงบสั้นเกินไปจะจบก่อนเข้าสู่ช่วงเสถียร ทำให้รู้สึกว่า SEO ไม่ได้ผล ทั้งที่จริงระบบยังอยู่ช่วงเรียนรู้ งบจึงควรมองเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าค่าโฆษณาระยะสั้น และต้องเผื่อช่วงทดสอบก่อนคาดหวังผลลัพธ์ชัดเจน

 

 

SEO ที่ถูกที่สุดในระยะยาวไม่ใช่ “ค่าบริการต่ำสุดต่อเดือน” แต่คือรูปแบบที่ทำให้เว็บไซต์สร้างความเชื่อถือสะสมได้ต่อเนื่อง เพราะต้นทุนที่แพงที่สุดของ SEO คือการเริ่มสร้างสัญญาณใหม่ทั้งหมดเมื่ออันดับหาย

เมื่อเว็บไซต์สูญเสียความน่าเชื่อถือ ระบบค้นหาจะต้องเรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ใหม่ ตั้งแต่การทดสอบการแสดงผล อัตราการคลิก การอ่านต่อ และการเลือกผลลัพธ์อื่น เท่ากับว่าทรัพยากรและเวลาที่ใช้ไปก่อนหน้าจะถูกรีเซ็ตบางส่วน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าการทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ต้น

ดังนั้น SEO ที่คุ้มค่าที่สุดคือแบบที่

  • สร้างโครงสร้างเนื้อหาให้ระบบเข้าใจหัวข้อหลักชัดเจน
  • อัปเดตต่อเนื่องแทนการเร่งระยะสั้น
  • ลดความผันผวนของอันดับ
  • ลดต้นทุนการแก้ไขภายหลัง

กล่าวอีกแบบคือ SEO ที่ราคาถูกที่สุด = SEO ที่ไม่ต้องแก้ระบบซ้ำ

 

 

FAQ

– SEO ราคาถูกทำได้จริงไหม

ทำได้ แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขก่อน หากเป็นคำค้นเฉพาะกลุ่ม การแข่งขันต่ำ หรือเว็บไซต์มีเนื้อหาและโครงสร้างดีอยู่แล้ว การปรับเพียงบางส่วนก็อาจเห็นผลได้เร็ว อย่างไรก็ตามสำหรับคำค้นแข่งขันสูง ระบบจะประเมินทั้งความลึกของเนื้อหา ความครอบคลุมหัวข้อ และความเชื่อถือของโดเมน ซึ่งต้องสะสมต่อเนื่องหลายเดือน ดังนั้นคำว่า “ราคาถูก” มักหมายถึงขอบเขตงานเล็ก ไม่ใช่ผลลัพธ์เท่ากัน

– ทำ SEO เดือนเดียวเห็นผลไหม

ส่วนใหญ่ไม่เห็นผลชัด เพราะระบบค้นหาจะนำหน้าเว็บไปทดสอบกับผู้ใช้จริงหลายรอบก่อนตัดสินใจเพิ่มอันดับ ต้องรอให้มีข้อมูลพฤติกรรม เช่น การคลิก การอ่านต่อ และการกลับมาค้นซ้ำก่อน (https://ahrefs.com/blog/how-long-does-it-take-to-rank/) เดือนแรกจึงมักเป็นช่วงเก็บข้อมูลมากกว่าช่วงสร้างทราฟฟิก

– ต้องทำกี่เดือน

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับการแข่งขันและความครบของเนื้อหา โดยทั่วไปช่วงแรกเป็นช่วงเรียนรู้ระบบ จากนั้นจะเริ่มติดอันดับบางคำ แล้วจึงเข้าสู่ช่วงเสถียรเมื่อข้อมูลผู้ใช้เพียงพอ เว็บไซต์ที่อัปเดตสม่ำเสมอมักใช้เวลาน้อยกว่าการทำเป็นครั้งคราว

– ต่างจากโฆษณาอย่างไร

โฆษณาเป็นการซื้อพื้นที่แสดงผล เมื่อหยุดจ่ายก็หยุดแสดงทันที ส่วน SEO คือการสร้างความน่าเชื่อถือสะสมในระบบค้นหา ทำให้หน้าเว็บยังคงถูกแสดงแม้ไม่ได้ปรับใหม่ทันที ผลลัพธ์จึงค่อยเป็นค่อยไปแต่ยืนระยะได้ยาวกว่า

– ถ้าเลิกทำอันดับจะหายไหม

อันดับไม่หายทันที แต่จะค่อย ๆ ลดเมื่อคู่แข่งเพิ่มข้อมูลใหม่หรือระบบประเมินคุณภาพใหม่ หากเว็บไซต์มีเนื้อหาครบและโครงสร้างดีจะลดช้ากว่าเว็บที่พึ่งสัญญาณระยะสั้น เพราะระบบยังมองว่าเนื้อหามีประโยชน์อยู่