ใช้บริการ SEO ของเราเพื่อช่วยเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ของคุณในหน้าผลการค้นหา

บริการรับทำ AI & SEO แบบการันตีผลลัพธ์

 มุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง โดยโฟกัสที่คีย์เวิร์ดที่สามารถสร้างรายได้
และโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง
เราให้ความสำเร็จ

0 +

การเพิ่มอันดับคีย์เวิร์ด
(Keyword Ranking)

0 %

การติดอันดับ Top 3
ในคีย์เวิร์ดเป้าหมาย

0 %

การเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์
(Website Traffic) อย่างมีคุณภาพ

เป้าหมายของเราคือการทำให้ SEO ไม่ใช่แค่ “ติดอันดับ” แต่ต้อง “สร้างยอดขายและการเติบโต” ให้ธุรกิจของคุณอย่างยั่งยืน

บริการรับทำ SEO ที่ช่วยให้เว็บไซต์ได้อันดับที่ดีขึ้น

เรารับทำ SEO ที่เน้นผลลัพธ์ เรามีความคิดที่ว่าเจ้าของธุรกิจนั้น ต้องการคนที่มีทักษะ, ความรู้และประสบการณ์ในการทำ SEO แล้วได้ผลลัพธ์จริง อย่างการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกของ Google อย่างมีคุณภาพ เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ เพิ่มจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์ และเพิ่มยอดขายให้กับเจ้าของธุรกิจ

Yangdee Group เป็นหนึ่งในบริษัทรับทำ SEO ที่มีความสามารถในการวางแผนการตลาด การวางโครงสร้างของเว็บไซต์ การทำ SEO ด้วยเทคนิคเฉพาะทาง เราขับเคลื่อนคอนเทนต์โดยการกำหนด Keyword ด้วยข้อมูลธุรกิจของคุณ

หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO ที่มีความสามารถในการวางกลยุทธ์การทำ SEO เราขอเป็น 1 ในตัวเลือก ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจระดับเล็ก กลาง ใหญ่ เป้าหมายของเราคือ ช่วยให้ธุรกิจของคุณมีโอกาสเพิ่มยอดขายและเจริญเติบโตมากขึ้น

พูดคุยปรึกษาธุรกิจ

คุณสามารถนัดหมายพูดคุยขอคำปรึกษาในการทำ SEO และ SEM โดยพูดคุยกับผม
โดยตรง ไม่ต้องผ่านทีมเซลล์ และ ไม่เสียค่า ใช้จ่ายใดๆ เพราะผมรักในการพูดคุยและได้ รู้จักเพื่อนใหม่ๆ

เราสามารถเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ของคุณด้วยกลยุทธ์ที่พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริง

เงินให้ใจ

ยอดแสดงผล 2.4 ล้าน

ร้านข้าวกล่องอาม่า

เพิ่มขึ้น 132%

ภายใน
6 เดือน

เว็บไซต์ดูหนังชั้นนำ

จำนวน Traffic ทะลุ 5 ล้าน

ภายใน 4 เดือนแรก

และ ทะลุ 8 ล้าน

ภายใน 6 เดือนถัดมา
Iconic Furniture

เพิ่มขึ้น 283%

ภายใน
7 เดือน

อันดับเฉลี่ยของ Keyword ทั้งหมด

มากกว่า 100 Keyword

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับบริการ รับทำ SEO GEO ที่คุณต้องรู้

SEO คือ Search Engine Optimization หรือก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา ของ Search Engine ซึ่ง 5 อันดับ Search Engine ที่นิยมใช้กันทั่วโลก คือ Google ,Microsoft Bing ,Yahoo! ,Yendex และ Baidu เราจะเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาโดย

  • การปรับแต่งประสิทธิภาพเว็บไซต์ On Page 
  • การทำ Backlink หรือการโปรโมทเว็บไซต์ Off Page

เป้าหมายการทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์แสดงผล ในคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ต้องการ เมื่อพิมพ์คีย์เวิร์ดลงในช่องค้นหา หากทำอย่างถูกต้อง เว็บไซต์จะแสดงอยู่ด้านบนสุดของการเสริช  ทำให้ ยอดผู้เข้าชม และยอดขายของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบัน การค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบบน Search Engine หรือเครื่องมือในการค้นหา ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลความรู้ ข้อมูลเพื่อเพิ่มการตัดสินใจทำในสิ่งต่างๆ เช่น การตัดสินใจซื้อ, การเปรียบเทียบ หรือการบริการ 

หากเว็บธุรกิจของคุณติดอยู่อันดับบนๆของการค้นหา ก็จะสามารถเพิ่มผู้เข้าชม และเพิ่มโอกาสในการขายได้สูงขึ้น

บริษัทรับทำ SEO Agency ของเราจะช่วยให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณ ถูกค้นหาผ่าน Google จาก “Keyword” ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ให้เว็บไซต์อยู่หน้าแรกและอยู่ในอันดับต้นๆ ของGoogle

  • จำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น
  • คนที่เข้ามาชมเว็บไซต์มีความสนใจในธุรกิจ
  • เพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น

Search Marketing เป็นหนึ่งใน Customer Journey ที่จำเป็นไม่น้อยกว่าการทำ Social Media 

ในการทำการตลาดออนไลน์ หากธุรกิจของคุณเก็บ Funnel ต่างๆครบหมดแล้ว แต่ไม่ได้ทำ SEO ที่เป็นช่องทางค้นหาข้อมูลของลูกค้า 

อาจทำให้โดนคู่แข่งทางการตลาดแย่งพื้นในส่วนนี้ไปได้

ในทุกวันนี้เราใช้ Google เป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาข้อมูลมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เราค้นหามักเจอเว็บไซต์จำนวนหนึ่งที่ติดอันดับแรกๆ บนหน้าแสดงการค้นหาของ Google โดยตำแหน่งนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ผลลัพธ์แบบ SEO หรือ Organic Result และ ผลลัพธ์แบบโฆษณา Google Ads หรือ Paid Result นั่นเอง

บริการรับทำ SEO นั้นจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในตำแหน่งที่ไม่ใช่โฆษณา และหากทำอย่างถูกต้อง

SEO เป็นงานที่ทางการตลาดที่เราจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ (Organic Result) หากเราหยุดการอัพเดท หรือ Google มีการ Update Algorithm อาจทำให้ Bot ที่จะมาเก็บข้อมูลของ Search Engine ไม่มาเก็บได้ เพราะไม่มีการอัพเดท

ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องคอย ปรับปรุง แก้ไข อัพเดท เป็นระยะเพื่อให้ประสิทธิภาพในการทำ SEO ดีขึ้น แต่อันดับจะมีความคงที่มากกว่าตัวโฆษณาที่หากเราไม่จ่ายค่าโฆษณา (Paid Result)

บริษัทรับทำ SEO ที่ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตในระยะยาว มักใช้โปรแกรมในการสปินบทความ โพสเว็บบอร์ด หรือการไปปั่นลิ้งค์เพื่อเพิ่ม Backlink เพื่อที่จะทำให้อันดับ SEO ดีขึ้น 

แต่การทำ SEO แบบนี้อาจจะไม่ยั่งยืนนัก ควรคุย Scope งาน ,Process ในการทำงาน ของบริษัทที่รับทำอย่างละเอียดและชัดเจน หรือถ้ายังไม่มั่นใจปรึกษาเราก่อนได้ครับ เรายินดีให้คำปรึกษาก่อนเริ่มธุรกิจกับเรา

  • เจ้าของกิจการที่มีความใจร้อน ไม่สามารถรอเวลาได้ เพราะการทำ SEO จะต้องใช้ระยะเวลาในการเติบโต ซึ่งจะมีความมั่นคงของเว็บไซต์ในอนาคต
  • เจ้าของกิจการที่ต้องการใช้โปรแกรมต่างๆ ในการทำ Content เช่น การสปินบทความ, การโพสต์ผ่านเว็บบอร์ด มากกว่าการทำ Content คุณภาพ

ก่อนที่จะเริ่มทำ SEO ทีมงานของเราจะทำการประเมินเว็บไซต์ของคุณว่า เกี่ยวข้องกับ Keyword, Content ใดบ้าง และความพร้อมสำหรับการเริ่มทำ Content บนเว็บไซต์ วิธีการทำ SEO มีดังนี้

  • Research keyword : ส่วนสำคัญในการทำ Search Marketing เพราะ “Keyword คือคำค้นหาที่จะส่งผลต่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์และยอดขาย
  • Web Structure : การวางโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ตรงกับรูปแบบธุรกิจ
  • On-site Optimization : การปรับแต่งหน้าเพจแต่ละหน้า ถูกต้องตามหลักการของ Google
  • Off-Page Link Building : การทำ Content Backlink คุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์หลักของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น และติดหน้าแรกของ Google
  • Report SEO : สรุปผลรายเดือนจาการวัดผลผ่านเครื่องมือ Google Search Console, Google Analytics
  • มีการวางแผนก่อนเริ่มงานอย่างละเอียด เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต
  • วิธีการทำ SEO ส่วนใหญ่จะเน้นการสร้าง Content คุณภาพ
  • การปรับเว็บไซต์ของคุณเป็นประจำ หาก Algorithm ของ Google มีการเปลี่ยนแปลง
  • การทำ SEO แบบรายเดือน จะมีการสรุปผลในทุกๆเดือน เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์และเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ตั้งแต่ต้น
  • สอบถามยอดการขายของคุณ เพื่อมาปรับและวางแผนในเดือนถัดไป 

Generative Engine Optimization (GEO) คือกระบวนการและกลยุทธ์ในการปรับแต่งเนื้อหาดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เนื้อหานั้นถูกเลือกใช้ สังเคราะห์ และนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ เช่น ChatGPT ของ OpenAI, Gemini ของ Google (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ AI Overviews) ซึ่งไม่ได้เพียงแค่จัดอันดับเว็บไซต์ แต่พวกมัน “สร้าง” คำตอบที่เป็นบทสนทนา สรุปความ หรือให้ข้อมูลเชิงลึกโดยตรงแก่ผู้ใช้

ดังนั้น GEO จึงไม่ใช่แค่การทำให้เนื้อหา “ถูกค้นพบ” (discoverable) แต่คือการทำให้เนื้อหา “น่าเชื่อถือและเหมาะสมที่จะถูกอ้างอิง” (citable and authoritative). เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้แบรนด์หรือเว็บไซต์ของคุณกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ AI ไว้วางใจและเลือกนำไปใช้ประกอบการสร้างคำตอบ ไม่ใช่เป็นเพียงหนึ่งในลิงก์สีน้ำเงินที่ปรากฏอยู่บนหน้าผลการค้นหาแบบดั้งเดิม

การปรับตัวเข้าหา GEO ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ใช้: ผู้ใช้จำนวนมหาศาลกำลังเปลี่ยนไปใช้ AI Chatbot เป็นเครื่องมือค้นหาหลัก ChatGPT มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนต่อสัปดาห์. การเพิกเฉยต่อแพลตฟอร์มเหล่านี้เท่ากับว่าคุณกำลังเพิกเฉยต่อกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่
  • การลดลงของทราฟฟิกจาก Search แบบดั้งเดิม: บริษัทวิเคราะห์ชั้นนำอย่าง Gartner คาดการณ์ว่าปริมาณการใช้งาน Search Engine แบบดั้งเดิมจะลดลงถึง 25% ภายในปี 2026 เนื่องจากผู้คนหันไปหา AI Chatbot และเครื่องมือค้นหาเชิงกำเนิดอื่นๆ. การพึ่งพากลยุทธ์ SEO แบบเดิมเพียงอย่างเดียวจึงมีความเสี่ยงสูง
  • การสร้างความน่าเชื่อถือและอำนาจ (Authority): เมื่อ AI อ้างอิงแบรนด์ของคุณเป็นแหล่งข้อมูล มันไม่ใช่แค่การส่งต่อทราฟฟิก แต่เป็นการรับรองความน่าเชื่อถือของแบรนด์คุณในสายตาของผู้ใช้โดยปริยาย การถูกอ้างอิงซ้ำๆ จะทำให้แบรนด์ของคุณกลายเป็น “Top-of-mind” ในหัวข้อนั้นๆ
  • การป้องกันความเสี่ยงในอนาคต (Future-Proofing): ภูมิทัศน์ของการค้นหากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน การลงทุนใน GEO ตั้งแต่วันนี้คือการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและทำให้แน่ใจว่ากลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของคุณยังคงมีประสิทธิภาพในอนาคต ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

โดยสรุป GEO คือการปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงใหม่ของการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI มันคือการเปลี่ยนโฟกัสจากการเป็น “ลิงก์ที่น่าคลิก” ไปสู่การเป็น “แหล่งข้อมูลที่น่าอ้างอิง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือในโลกดิจิทัลยุคต่อไป

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราสามารถเปรียบเทียบ GEO และ SEO ผ่านมิติต่างๆ ได้ดังนี้

เป้าหมายเพื่ออะไร

  • SEO: มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงอันดับของเว็บไซต์ให้สูงที่สุดในหน้าผลการค้นหา แบบดั้งเดิม เพื่อดึงดูดทราฟฟิกให้ได้มากที่สุด
  • GEO: มุ่งเน้นไปที่การทำให้เนื้อหาถูกนำไปใช้และอ้างอิงในคำตอบที่ AI สร้างขึ้น เพื่อเพิ่มการมองเห็นและความน่าเชื่อถือภายในแพลตฟอร์ม AI

แสดงผลการใช้งานแบบไหน

  • SEO: แสดงผลเป็น “รายการของลิงก์” (list of links) ที่ผู้ใช้ต้องคลิกเข้าไปสำรวจและประเมินข้อมูลด้วยตนเอง
  • GEO: แสดงผลเป็น “คำตอบที่ถูกสร้างขึ้นมา” ในรูปแบบบทสนทนา สรุป หรือบทวิเคราะห์ ที่รวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว

มีวิธีใช้อย่างไร

  • SEO: ผู้ใช้ต้องคลิกผ่านหลายๆ ลิงก์เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ต้องการ เป็นปฏิสัมพันธ์แบบทางเดียว (one-way) ในแต่ละครั้งที่ค้นหา
  • GEO: ผู้ใช้ได้รับคำตอบโดยตรง ลดจำนวนการคลิก แต่เปิดโอกาสให้เกิด “การสนทนาต่อเนื่อง” (conversational follow-up) โดยสามารถถามคำถามเจาะลึกต่อไปได้

ทำอย่างไร

  • SEO: เน้นการปรับแต่งเนื้อหาให้สอดคล้องกับ “คำหลัก” (keywords) ที่เฉพาะเจาะจง รวมถึงการทำ On-page และ Technical SEO
  • GEO: เน้นการสร้างเนื้อหาที่ “น่าเชื่อถือ” (authoritative) และครอบคลุมหัวข้ออย่างรอบด้าน เพื่อตอบ “เจตนา” (intent) ของผู้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยโครงสร้างต้องชัดเจนเพื่อให้ AI เข้าใจง่าย

วัดผลอย่างไร

  • SEO: วัดผลจากทราฟฟิก (Traffic), อัตราการคลิก (Click-Through Rate – CTR), อันดับ (Rankings) และ Conversion
  • GEO: วัดผลจากการถูกอ้างอิง (Citations), การถูกกล่าวถึง (Mentions) ในคำตอบของ AI, และคุณภาพของทราฟฟิกที่ส่งต่อมาจากแพลตฟอร์ม AI

ทำเมื่อไหร่

  • SEO: เมื่อต้องการให้คน “ค้นหาแล้วเจอ” หรือ เมื่อต้องการยอดขาย/ลูกค้าจากเว็บไซต์โดยตรง
  • GEO: เมื่อต้องการสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” หรือ เมื่อธุรกิจของคุณมีการให้ “ความรู้” หรือ “คำตอบ” กับลูกค้า หรือ เมื่อต้องการเข้าถึงกลุ่มคนที่ “ไม่ชอบคลิก”

ใครควรทำแบบไหน

  • ใครควรทำ SEO: เน้นการทำให้คน “คลิก” เข้ามาหาเรา ผ่านเครื่องมือค้นหา เช่น Google หรือ Bing โดยดึงดูดผู้ใช้ ให้เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป เช่น การขาย, การให้ข้อมูล, หรือการสร้าง Brand Loyalty
  • ใครควรทำ GEO: เน้นการทำให้ AI “อ้างอิง” ถึงเรา ผ่าน AI Chatbot เช่น Gemini หรือ ChatGPT โดยทำให้เนื้อหาของคุณมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ จน AI เลือกนำไป “อ้างอิง” (Citation) ในคำตอบ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Authority) และการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในวงกว้าง

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการผสาน SEO SEM และ GEO เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

  • SEO/SEM ทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายจัดหา” ทำให้เนื้อหาของคุณสามารถถูกค้นพบและเข้าถึงได้โดย Crawler ของทั้ง Search Engine แบบดั้งเดิมและ AI
  • GEO ทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายควบคุมคุณภาพ” ทำให้แน่ใจว่าเนื้อหาที่ถูกค้นพบนั้นมีโครงสร้างที่ชัดเจน, มีความน่าเชื่อถือสูง, และตอบคำถามได้อย่างครอบคลุม จน AI เลือกที่จะนำไปใช้สร้างเป็นคำตอบ

เมื่อมองในภาพรวมการ รับทำ SEO คือการทำให้คุณ “มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน” ในขณะที่การ รับทำ GEO คือกลยุทธ์ที่ทำให้คุณ “ชนะการแข่งขัน” ในยุคของ AI การลงทุนในทั้งสองด้านไปพร้อมกันจึงเป็นแนวทางที่จะสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนและครอบคลุมที่สุดในภูมิทัศน์ดิจิทัลปัจจุบัน

องค์ประกอบสำคัญของ AI SEO มีดังนี้

1. เนื้อหาที่มีคุณภาพและตรงบริบท (Contextual Content)
ควรเป็นเนื้อหาที่ตอบโจทย์คำถามของผู้ใช้อย่างครบถ้วน ลึกซึ้ง และสะท้อนความน่าเชื่อถือในเชิงความรู้และประสบการณ์ตามหลัก E-E-A-T ไม่ใช่เพียงการใส่คีย์เวิร์ดจำนวนมากเท่านั้น

2. โครงสร้างข้อมูลที่ชัดเจน (Structured Data)
การใช้ Schema Markup ช่วยให้ระบบ AI เข้าใจเนื้อหาและบริบทของเว็บไซต์ได้แม่นยำมากขึ้น ส่งผลให้เว็บไซต์สื่อสารข้อมูลกับเสิร์ชเอนจินและ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ความเร็วและประสบการณ์การใช้งานที่ดี (Technical SEO)
เว็บไซต์ควรโหลดได้รวดเร็ว รองรับการใช้งานบนมือถือ และมีรูปแบบการใช้งานที่สะดวก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้เข้าชมและช่วยด้านการจัดอันดับ

4. การปรับให้เหมาะกับแชทบอท AI (LLM Optimization)
ควรทำให้แบรนด์หรือเว็บไซต์ของคุณกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ AI Chatbots สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือแนะนำได้อย่างมั่นใจ

เครื่องมือ AI SEO ที่น่าสนใจมีดังนี้

– Ahrefs / Semrush
เหมาะสำหรับใช้วิเคราะห์คู่แข่ง ศึกษาภาพรวมตลาด และค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีศักยภาพ

– Surfer SEO
ช่วยปรับแต่งเนื้อหาแบบ On-Page ให้สอดคล้องกับปัจจัยที่ระบบ AI และเสิร์ชเอนจินให้ความสำคัญ

– Frase.io
เป็นเครื่องมือที่ช่วยวางโครงร่างบทความและสนับสนุนการสร้างเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ควรพึ่งพา AI ในการสร้างเนื้อหาทั้งหมด 100% ควรมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Fact-check) และปรับแก้โดยมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาดูเป็นสแปมหรือขาดความเป็นธรรมชาติ และช่วยเพิ่มมุมมองแบบมนุษย์ (Human Touch) ให้กับเนื้อหา

1. สร้างความน่าเชื่อถือ (Authority)
AI มักเลือกใช้ข้อมูลจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือและมีความถูกต้องสูง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด AI Hallucination

2. ใช้ภาษาธรรมชาติและเป็นบทสนทนา
ควรเขียนด้วยภาษาที่ใกล้เคียงกับการสื่อสารจริง เน้นการตอบคำถามในรูปแบบ Long-tail Keyword และคำถามที่ผู้ใช้มักค้นหาหรือสอบถามบ่อย

3. จัดโครงสร้างเนื้อหาให้ชัดเจน
การแบ่งบทความเป็นหัวข้อย่อย สรุปข้อมูลให้อ่านและทำความเข้าใจได้ง่าย รวมถึงการใช้ Schema Markup จะช่วยให้ AI เข้าใจบริบทของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

4. เนื้อหาต้องมีคุณภาพและครอบคลุม
ข้อมูลควรมีความลึก ตรงประเด็น และอัปเดตอยู่เสมอ โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของเนื้อหามากกว่าการยัดคีย์เวิร์ด

5. ใช้สื่อหลากหลายรูปแบบ (Multimedia)
การเสริมเนื้อหาด้วยรูปภาพ อินโฟกราฟิก วิดีโอ หรือพอดแคสต์ จะช่วยให้ AI เข้าใจข้อมูลได้หลายมิติ และเพิ่มโอกาสในการถูกนำไปอ้างอิง

1. เพิ่มการมองเห็นของแบรนด์
ช่วยให้แบรนด์ของคุณถูกค้นพบได้มากขึ้นผ่านระบบ AI Search และแพลตฟอร์มค้นหายุคใหม่

2. เสริมความน่าเชื่อถือ
ทำให้แบรนด์มีโอกาสถูกยกเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักในการสร้างคำตอบของ AI

3. เพิ่มโอกาสทางการขาย
ช่วยสนับสนุนการเกิด Conversion ได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโฆษณาเป็นช่องทางหลักเพียงอย่างเดียว

การทำ SEO คือ การทำตลาดแบบไม่ต้องซื้อโฆษณา กว่าจะเห็นผลอาจต้องใช้ระยะเวลานาน (3-6 เดือน) โดยสามารถเสริมด้วยการทำ GEO ในทันทีที่เริ่มสร้างคอนเทนต์ของ SEO เพื่อทำให้เนื้อหาของเราน่าเชื่อถือพอที่ AI จะนำไปอ้างอิง และสร้างความได้เปรียบในอนาคต ซึ่งคุณจะสามารถทำการตลาดแบบ SEM ควบคู่ไปด้วยได้ ด้วยการทำตลาดออนไลน์บน Search engine เช่นเดียวกัน ด้วยการจ่ายเงินซื้อโฆษณา เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์ธุรกิจ เช่น ซื้อโฆษณาบน Google Ads เพื่อให้แสดงผลบน Google search, Google Shopping, Google Display Network, Etc. เพื่อส่งเสริมการทำการตลาด SEO ได้

เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตในโลกออนไลน์ ต้องใช้ 3 สิ่งนี้ทำงานร่วมกัน

  • SEO คือ “บ้าน” ที่แข็งแรง

  • SEM คือ “การตลาด” ที่เรียกลูกค้ามาที่บ้านทันที

  • GEO คือ “ชื่อเสียง” ของคนที่อยู่ในบ้าน ที่ทำให้คนอื่นต้องพูดถึง

ธุรกิจจึงจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

กลยุทธ์บริการรับทำ SEO / AI SEARCH ของ Yangdee

บริการรับทำอันดับ SEO ให้ตามคีย์เวิร์ด เพื่อตอบโจทย์ทุกธุรกิจที่ต้องการติดหน้าแรก Google search และต้องการเติบโตในระยะยาว เราจึงมองผลลัพธ์เฉพาะแบบระยะยาว ให้ธุรกิจของลูกค้าเสมอ เราไม่ทำ Blackhat SEO ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการลงโทษจาก อัลกอริทึม Google

บริการให้คำปรึกษา เป็น ที่ปรึกษา SEO เพราะเราเข้าใจความต้องการของคุณ ทุกปัญหาเราช่วยแก้ไขให้คุณได้ ทั้งวางแผนคีย์เวิร์ด วางเส้นทางเดินลูกค้า (Customer journey) ให้สอดคล้องกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ และกลยุทธ์อื่นๆ เริ่มต้นราคาเบาๆ เพียง 16,000 บาทต่อเดือน

เราให้บริการตรวจสอบเว็บไซต์ ทั้งด้านคุณภาพ ความเร็ว On-page, Off-page, Internal link การออกแบบดีไซน์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน (User Interface) ตรวจสอบเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณมีความน่าเชื่อถือ น่าสนใจและดึงดูดทั้งลูกค้าใหม่ๆ ได้

Local SEO คือ วิธีทำให้เว็บไซต์ของคุณให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของการค้นหาที่มุ่งเน้นลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับธุรกิจ (Google Business Profile)

เพื่อเพิ่มความได้เปรียบหากธุรกิจคุณมีคู่แข่งอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน Local SEO จะช่วยเพิ่มการดึงดูดลูกค้าจากการค้นหาในท้องถิ่นที่มีกว่า 46% ของการค้นหาออนไลน์ทั้งหมด

รับทำ Backlink (Off-page SEO) จากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ ถูกต้องตามหลัก SEO และมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง (Relevant) กับธุรกิจ

เพื่อที่จะสามารถเพิ่มการจัดอันดับบน Google search ให้กับเว็บไซต์คุณ ไม่ว่าจะเป็นทำ PR Links, UCG Links, การทำ Seeding เพื่อกระจายข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือให้ ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าคุณต่อไป

เรามีบริการพิเศษเฉพาะของเรา คือ ทำเว็บไซต์ที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจคุณจากการวางกลยุทธ์ การทำ PBN แบบยั่งยืน มีคุณภาพสูง

เพื่อสนับสนุนธุรกิจหลักของคุณ และยังช่วยเพิ่มมูลค่าธุรกิจ (Revenue) ของคุณได้ในระยะยาว ผลลัพธ์ของธุรกิจออนไลน์ที่ดีคือความแตกต่างทั้งในสินค้า บริการ และข้อมูลที่ดีเยี่ยมเหนือคู่แข่ง จึงสามารถมัดใจลูกค้าได้อยู่หมัด

ราคาบริการ SEO

Package S

Package M

Package L

พูดคุยปรึกษาธุรกิจ

คุณสามารถนัดหมายพูดคุยขอคำปรึกษาในการทำ SEO และ SEM โดยพูดคุยกับผม
โดยตรง ไม่ต้องผ่านทีมเซลล์ และ ไม่เสียค่า ใช้จ่ายใดๆ เพราะผมรักในการพูดคุยและได้ รู้จักเพื่อนใหม่ๆ

ให้อย่างดีเป็นพาร์ทเนอร์ของคุณ